วันเสาร์ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2557

เรื่องราวยาวๆของ "นูเน่" : คณิตฯมาคิดใกล้ๆ

1 พฤศจิกายน 2545 ม.2/3 เทอม 2

คุณเป้นั่งติดประตูหน้าห้อง หนิวนั่งถัดมาจากเป้....ใครเห็น ใครก็งง และคงคิดไปต่างๆนานา เราน่าจะโดนด่าโดนว่าอะไรลับหลังเยอะ แต่ช่างแม่ง อย่าให้ได้ยินเข้าหูเป็นพอ เพราะไม่มีใครรู้และเข้าใจว่าทำไมเราถึงย้ายมานั่งข้างกัน

ในเทอมนั้นถือว่าเป็นการเปิดหูเปิดตาเกี่ยวกับการคำนวณให้เราได้เป็นอย่างดีเลยละ ตั้งแต่เด็กเราไม่เคยรู้ตัวหรอกว่าเราชอบวิชาอะไร แต่เรารู้ว่าเลขเป็นวิชาที่เราทำคะแนนได้ดีที่สุด ตอนประถมจะได้ 99/100 ซะส่วนใหญ่ (ไม่ 100 สักที ง่ะ) พอมัธยมก็จะเต็มเกือบตลอด (โม้วปะละ) โดยกระบวนการคิดของเราจะเป็นไปตามทฤษฎีเป๊ะๆ ไม่เคยจับอะไรมั่วๆมาใส่ เพราะไม่มั่นใจ และไม่อยากให้มันผิด แต่พอมานั่งเรียนกับเป้ เราสังเกตได้ว่าเป้จะมีวิธีคิดที่แปลกกว่าคนอื่นๆ และแปลกจากทฤษฎีทั้งหลายที่เราเรียนกันมา แต่...ผลลัพธ์ของมัน...มันถูกเว้ยเฮ้ย!! เรารู้สึกโคตรงง และสนใจกระบวนการคิดของเป้มาก ด้วยความอยากรู้ เราจึงถามว่าทำอย่างไร หลายๆครั้งเป้เองก็ไม่ได้เข้าใจที่มาที่ไปของความคิดต่างๆเหล่านั้น เป้บอกได้เพียงแค่ว่า "กูรู้แค่ว่ามันสามารถเอามาทำแบบนี้ได้..." เราพยายามทำความเข้าใจ และคิดตามในสิ่งที่เขาคิด จึงได้รู้ว่า ไอ้ที่เขาคิด คือการพลิกแพลงเอาพวกทฤษฏีต่างๆที่มันเกี่ยวเนื่องกัน เอามาใช้รวมกัน รวมทั้งการสังเกต และความสงสัยในจุดต่างๆของเขา ทำให้เกิดวิธีลัดอะไรต่ออะไรมากมาย ถึงได้คำตอบที่ถูกต้อง ...ตอนนั้นบอกตรงๆว่าโคตรตื่นเต้นเลย ไม่คิดว่าจะมีใครคิดอะไรได้แบบนี้ เราไม่รู้คนอื่นสนใจมั้ย แต่เราสนใจมาก

หลังจากที่เรารู้ว่าเป้เอง ก็เก่งเรื่องการคิดคำนวณไม่แพ้กัน มันทำให้เรารู้สึกสนุก ท้าทาย และอยากเอาชนะมากๆ ทุกครั้งที่เรียนเลข เราสองคนจะยุกยิกๆ แข่งกันทำ เถียงกันไปเถียงกันมา ต่างคนต่างอยากเอาชนะเพือและให้อีกฝ่ายยอมรับว่าวิธีของตนดีที่สุด ถูกต้องที่สุด .... ณ จุดๆนี้ เพื่อนๆทั้งห้องแม่งคงรำคาญ เพราะเวลาอาจารย์ถามอะไรมาก็จะแย่งกันคิด และตอบเร็วๆ อาจารย์ที่สอนพวกเราตอนนั้นคือ อ.รุ่งนภา หลายๆครั้งที่เราเถียงกัน อาจารย์มักต้องหันมาบอกว่า "พวกแกนะถูกทั้งคู่ เลิกเถียงได้แล้ว มานี่ๆ เอานี่ไปคิดกันไปสองคน" ซึ่งก็จะทำให้เราสองคนเงียบได้แป๊บนึง ต่างคนต่างคิด พอได้คำตอบ ก็มาเถียงกันต่อ ..... ไม่มีอะไรมาหยุดยั้งของความอยากเอาชนะได้เลยสินะ!!

ช่วงเวลานั้น โคตรสนุกเลย ถึงเราจะเถียงกัน เอาชนะกัน แกล้งกัน แต่คงเพราะไม่เคยมีใครท้าทายเรา หรือไม่ยอมเรามาก่อน เราเริ่มสนิทกันมากขึ้นๆ ไปไหนมาไหนด้วยกันมากขึ้น เกือบทุกเย็นหลังเลิกเรียน เราจะมาซื้อขนมจีบร้านป้าหลังโรงเรียน 20 บาท แล้วก็น้ำเก๊กฮวย 5 บาท ร้านประจำ มานั่งกินกันริมคลอง หรือหน้าห้องสมุด ทำตัวก็เหมือนกับเพื่อนสนิททั่วๆไปไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้น ตอนวันเกิด เป้ก็เกรียนให้ที่วัดส่วนสูงเป็นของขวัญให้เรา ((โคตรจะ sad)) แต่ตอนหลัง ก็เอาตุ๊กตาทหารอากาศมาให้ เพราะว่าช่วงวัยนั้น เราอยากเป็นนักบินมากๆเลย มันเท่ห์มาก ทุกวันนี้เรายังเก็บไว้อย่างดี มองเห็นอยู่ทุกวัน ^^

จนวันหนึ่ง เก๋ ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทเป้อีกคน มาบอกกับเราตอนเลิกเรียนว่า "หนิวเลิกเรียนแล้วอยู่คุยกับเก๋แป๊บนึงนะ มีเรื่องอยากปรึกษา" ตอนนั้นเราก็งงๆว่ามีอะไร แต่ก็อยู่คุย เพราะเราไม่ได้มีธุระอะไรอยู่แล้ว

เก๋ : หนิวเก๋ขอถามอะไรที่มันละเอียดอ่อนหน่อย
หนิว : มีไรหรอเจ้ (เราเรียกเก๋แบบนี้ เพราะทุกครั้งที่คุย เรารู้สึกเหมือนคุยกับพี่สาวมากกว่าคุยกับเพื่อน)
เก๋ : หนิว...หนิวชอบเป้มั้ย
หนิว : หา ~~~~ (สตั๊นๆ งงๆ ว่าทำไมถึงถามเรื่องนี้)
เก๋ : คือ ถ้าไม่ได้ชอบ เก๋ก็ว่าเก๋ควงเป้หน่อยนะ อยากจะแกล้งคน
หนิว : ก็...แล้วแต่จิ เป้มันก็คงให้ควงแหละ มันก็สนิทกะเจ้ดี
เก๋ : แต่หนิวไม่ได้ชอบใช่มั้ย กลัวควงไป แล้วหนิวมาคิดมาก
หนิว : หนิวไม่รู้หรอก แล้วแต่เจ้กะเป้เถอะ
เก๋ : คิดๆดีๆนะ เก๋ควงจริงๆนะ
หนิว : ...

ตอนนั้นรู้สึกงงๆกับตัวเอง ..ไม่เคยคิดถึงเรื่องแบบนี้มาก่อน ไม่เคยชอบใคร ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองจะมีความรัก ก็แค่นั่งด้วยกัน สนิทกัน ก็ดูเป็นเพื่อนกันปกติไม่ใช่หรอ.. แต่พอถูกถามมา กลับรู้สึกแปลกๆ และงงๆ ว่าทำไมเก๋ถึงคิดว่าเราจะชอบนะ และเราทำไมถึงตอบไม่ได้ว่าชอบหรือไม่ชอบ ทั้งๆที่มันน่าจะง่ายมาก

รู้เพียงแค่ว่า เราต้องหาคำตอบให้กับตัวเองให้ได้ เราต้องไม่มีความรู้สึกที่ไม่เด็ดขาดแบบนี้....งานกำลังจะเข้า

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น