วัยในตอนนั้นคือเพียง 14 ปี เป็นคนที่ไม่เคยใส่ใจกับคำว่า "ความรัก" และรู้สึกว่าตัวเองยังเด็กเกินไป ยังไม่นึกถึงว่าจะต้องมีคนรัก ต้องมีคู่ หรืออยากอยู่กับใครไปตลอดชีวิต กลับต้องมากระวนกระวาย คิดไม่ตก เมื่อเจอคำถามว่า "ชอบเขาหรือเปล่า",,, ทั้งๆที่ควรจะพูดคำตอบออกไปได้ในทันที.... เกิดอะไรขึ้นกับตัวเราเองนะ
ช่วงนั้น เป็นเอามาก.. กลับมาคิดทบทวนทุกอย่าง หาหลายๆอย่างมาประกอบกัน และเปรียบเทียบเขา กับเพื่อนผู้ชายคนอื่นๆ เปรียบยังไง ก็ไม่รู้สึกชัดเจนกับตัวเองเลยสักที มึนๆกับตัวเองแบบนี้อยู่เกือบอาทิตย์ ก็มาเจอเรื่อง surprise ขึ้นมา...
ตอนใกล้เลิกเรียน (อีกแล้ว) อยู่ๆเป้ก็ส่งสายตาแปลกๆมา เรากำลังยกเก้าอี้ แล้วก็บอกมาว่า...
เป้ : "มึงได้ยินป่ะ"
หนิว : "ได้ยินอะไรวะ"
เป้ : "ที่พวกกูคุยกันไง"
หนิว : "มีไรกันหรอ กูไม่ได้ฟัง"
((มารู้ทีหลัง ว่าเป้กับเพื่อนที่นั่งติดกันอยู่ข้างหลัง คุยกัน และคิดกันว่าเราน่าจะชอบเป้))
เป้ : "หรอ"
หนิว : ...
เป้ : "มึงชอบกูป่ะ"
หนิว : "มึงจะบ้าหรอ อะไรของมึงเนี่ย"
เป้ : "มึงไปคิดดูดีๆนะ ว่ามึงชอบกูหรือเปล่า"
หนิว : "อะไรของมึง ทำไมคิดแบบนี้เนี่ย"
เป้ : "เออ ไปคิดดีๆแล้วกัน"
...วันนั้นเป็นเย็นวันศุกร์ เรารีบกลับบ้านทันที ไม่มีการไปหาอะไรกินหลังโรงเรียนกันอย่างปกติที่เคยทำกัน
ปกติเสาร์อาทิตย์เรามักจะโทรหาคุยเล่นกัน สาระบ้าง ไร้สาระบ้าง แต่กลับเป็นอาทิตย์ที่เรา ไม่กล้าโทรไป รู้สึกกังวลใจ แปลกใจชอบกล ...จนโทรศัพท์ที่บ้านดังขึ้น แล้วแม่ตะโกนบอกว่า "หนิวเอ้ย...รับโทรศัพท์" ไม่ต้องเดาเลย ว่าปลายสายอีกฝากหน่ะ เป็นใคร
เป้ : "เป็นไงมึง"
หนิว : "อะไร"
เป้ : "มึงอบกูหรือเปล่า"
หนิว : "..."
เป้ : "มึงไปคิดให้ดีๆนะ อยู่กับกูมีความสุขเปล่า อยากอยู่ใกล้ๆกูเปล่า ทำไมถึงมานั่งกับกู"
หนิว : "กูไม่รู้"
เป้ : "ไปคิดดีๆ"
.....มันโทรมาเพื่อการนี้ แล้วก็วางไป ปล่อยเรางง และไม่สบายใจอยู่คนเดียว
เราไม่รู้จะทำยังไงดี ชีวิตนี้มีแต่เพื่อนผู้ชาย ตั้งแต่เพื่อนข้างบ้าน ชายล้วน 5 คน เราผู้หญิงคนเดียว เพื่อนประถมที่สนิท ก็ชายล้วน 7 คน เราผู้หญิงคนเดียวอีก การสนิทกับผู้ชายสำหรับเราจึงถือว่าเป็นเรื่องปกติ และมักตอบทุกๆคนได้ในทันทีว่า "ไม่ได้ชอบ" ...แต่กับคนนี้ ทำไมเป็นแบบนี้ ทำอะไรไม่ค่อยถูก เลยตัดสินใจลิสต์คำถามขึ้นมาเพื่อตอบตัวเอง และเปรียบเทียบกับเพื่อนผู้ชายคนอื่นๆ (เท่าที่จำได้)
- ถ้าเป็นเพื่อนผู้ชายคนอื่นขอให้เราไปนั่งด้วยข้างๆ เราจะไปมั้ย
- เรารู้สึกยังไงเวลาที่ได้อยู่ใกล้ๆเป้ พิเศษกว่าอยู่กับเพื่อนคนอื่นๆไหม
- สิ่งต่างๆที่เราทำให้ เราสามารถทำให้เพื่อนผู้ชายคนอื่นๆได้หรือเปล่า
- ถ้าเปลี่ยนจากเป้ เป็นคนอื่นแล้วไปไหนมาไหนด้วยกัน เราจะอยากไปไหม
- ถ้าเสาร์อาทิตย์ หรือวันหยุดไหนไม่ได้โทรหากัน เราจะ 'คิดถึง' เป้หรือเปล่า
- เราใส่ใจรายละเอียดของชีวิตเป้มากกว่าเพื่อนผู้ชายคนอื่นๆมั้ย
- เราจะรู้สึกยังไง หากเป้มีแฟน แล้วคนๆนั้น ไม่ใช่เรา
ระหว่างนั่น ได้นึกทบทวนหลายๆสิ่งที่เกี่ยวข้องระหว่างเขากับเรา เราเข้ากันได้ดีในเรื่องของความคิด และการคำนวณต่างๆ รวมทั้งอุปนิสัยของเป้ คล้ายคลึงกับพ่อของเรามาก เขามีเหตุมีผล มีความเป็นผู้ใหญ่ เวลาคิดอะไร จะคิดไกล และมองไกลเป็นสิบปีเลยทีเดียว รูปลักษณ์ภายนอกของเขา ที่สำหรับเรา เราว่าดูดี คือสูงมาก ผิวค่อนข้างคล้ำ หุ่นล่ำๆ แล้วพอตอบคำถามพวกนี้กับตัวเองแล้ว ...จึงได้รู้ว่าแตกต่างกับเพื่อนผู้ชายคนอื่นๆอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะคำถามสุดท้าย ทำเอาความรู้สึกตอนนั้นห่อเหี่ยว เสียใจ หดหู่มากเลย .... เอาแล้วสิ งานเข้าแล้วหนิว
คืนนั้นเป้โทรมาอีก เราคุยกันเรื่องทั่วๆไปอยู่พักนึง แล้วก็วนกลับมาถามเรื่องเดิม ....จะบ้าตาย ...สุดท้าย ก็ต้องบอกออกไปว่า ..."กุว่า กุก็ชอบมึงแหละ"...เราคือคนแรกที่รู้ใจตัวเอง เป้ก็คนที่สองที่รับรู้ความรู้สึกของเรา .....*0*
สำหรับเรื่องนี้ เราไม่ลืมว่าติดค้างเก๋อยู่ พอคุยกับเป้เสร็จ เราก็โทรไปบอกเก๋ทันที ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเรา เก๋ก็ได้แต่บอกกลับแค่ว่า "รู้ตัวสักทีนะยะแก"
...สำหรับคู่อื่นๆ อาจมองว่า เฮ้~~ จบแล้วปะเนี่ย ฟินแล้วละสิ!! ไม่ใช่เลย .... นี่คือสิ่งที่เป็นจุดเริ่มต้นสำหรับหายนะของคำว่า 'เพื่อน' ที่กำลังจะตามมา
วันอาทิตย์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2557
วันเสาร์ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2557
เรื่องราวยาวๆของ "นูเน่" : คณิตฯมาคิดใกล้ๆ
1 พฤศจิกายน 2545 ม.2/3 เทอม 2
คุณเป้นั่งติดประตูหน้าห้อง หนิวนั่งถัดมาจากเป้....ใครเห็น ใครก็งง และคงคิดไปต่างๆนานา เราน่าจะโดนด่าโดนว่าอะไรลับหลังเยอะ แต่ช่างแม่ง อย่าให้ได้ยินเข้าหูเป็นพอ เพราะไม่มีใครรู้และเข้าใจว่าทำไมเราถึงย้ายมานั่งข้างกัน
ในเทอมนั้นถือว่าเป็นการเปิดหูเปิดตาเกี่ยวกับการคำนวณให้เราได้เป็นอย่างดีเลยละ ตั้งแต่เด็กเราไม่เคยรู้ตัวหรอกว่าเราชอบวิชาอะไร แต่เรารู้ว่าเลขเป็นวิชาที่เราทำคะแนนได้ดีที่สุด ตอนประถมจะได้ 99/100 ซะส่วนใหญ่ (ไม่ 100 สักที ง่ะ) พอมัธยมก็จะเต็มเกือบตลอด (โม้วปะละ) โดยกระบวนการคิดของเราจะเป็นไปตามทฤษฎีเป๊ะๆ ไม่เคยจับอะไรมั่วๆมาใส่ เพราะไม่มั่นใจ และไม่อยากให้มันผิด แต่พอมานั่งเรียนกับเป้ เราสังเกตได้ว่าเป้จะมีวิธีคิดที่แปลกกว่าคนอื่นๆ และแปลกจากทฤษฎีทั้งหลายที่เราเรียนกันมา แต่...ผลลัพธ์ของมัน...มันถูกเว้ยเฮ้ย!! เรารู้สึกโคตรงง และสนใจกระบวนการคิดของเป้มาก ด้วยความอยากรู้ เราจึงถามว่าทำอย่างไร หลายๆครั้งเป้เองก็ไม่ได้เข้าใจที่มาที่ไปของความคิดต่างๆเหล่านั้น เป้บอกได้เพียงแค่ว่า "กูรู้แค่ว่ามันสามารถเอามาทำแบบนี้ได้..." เราพยายามทำความเข้าใจ และคิดตามในสิ่งที่เขาคิด จึงได้รู้ว่า ไอ้ที่เขาคิด คือการพลิกแพลงเอาพวกทฤษฏีต่างๆที่มันเกี่ยวเนื่องกัน เอามาใช้รวมกัน รวมทั้งการสังเกต และความสงสัยในจุดต่างๆของเขา ทำให้เกิดวิธีลัดอะไรต่ออะไรมากมาย ถึงได้คำตอบที่ถูกต้อง ...ตอนนั้นบอกตรงๆว่าโคตรตื่นเต้นเลย ไม่คิดว่าจะมีใครคิดอะไรได้แบบนี้ เราไม่รู้คนอื่นสนใจมั้ย แต่เราสนใจมาก
หลังจากที่เรารู้ว่าเป้เอง ก็เก่งเรื่องการคิดคำนวณไม่แพ้กัน มันทำให้เรารู้สึกสนุก ท้าทาย และอยากเอาชนะมากๆ ทุกครั้งที่เรียนเลข เราสองคนจะยุกยิกๆ แข่งกันทำ เถียงกันไปเถียงกันมา ต่างคนต่างอยากเอาชนะเพือและให้อีกฝ่ายยอมรับว่าวิธีของตนดีที่สุด ถูกต้องที่สุด .... ณ จุดๆนี้ เพื่อนๆทั้งห้องแม่งคงรำคาญ เพราะเวลาอาจารย์ถามอะไรมาก็จะแย่งกันคิด และตอบเร็วๆ อาจารย์ที่สอนพวกเราตอนนั้นคือ อ.รุ่งนภา หลายๆครั้งที่เราเถียงกัน อาจารย์มักต้องหันมาบอกว่า "พวกแกนะถูกทั้งคู่ เลิกเถียงได้แล้ว มานี่ๆ เอานี่ไปคิดกันไปสองคน" ซึ่งก็จะทำให้เราสองคนเงียบได้แป๊บนึง ต่างคนต่างคิด พอได้คำตอบ ก็มาเถียงกันต่อ ..... ไม่มีอะไรมาหยุดยั้งของความอยากเอาชนะได้เลยสินะ!!
ช่วงเวลานั้น โคตรสนุกเลย ถึงเราจะเถียงกัน เอาชนะกัน แกล้งกัน แต่คงเพราะไม่เคยมีใครท้าทายเรา หรือไม่ยอมเรามาก่อน เราเริ่มสนิทกันมากขึ้นๆ ไปไหนมาไหนด้วยกันมากขึ้น เกือบทุกเย็นหลังเลิกเรียน เราจะมาซื้อขนมจีบร้านป้าหลังโรงเรียน 20 บาท แล้วก็น้ำเก๊กฮวย 5 บาท ร้านประจำ มานั่งกินกันริมคลอง หรือหน้าห้องสมุด ทำตัวก็เหมือนกับเพื่อนสนิททั่วๆไปไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้น ตอนวันเกิด เป้ก็เกรียนให้ที่วัดส่วนสูงเป็นของขวัญให้เรา ((โคตรจะ sad)) แต่ตอนหลัง ก็เอาตุ๊กตาทหารอากาศมาให้ เพราะว่าช่วงวัยนั้น เราอยากเป็นนักบินมากๆเลย มันเท่ห์มาก ทุกวันนี้เรายังเก็บไว้อย่างดี มองเห็นอยู่ทุกวัน ^^
จนวันหนึ่ง เก๋ ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทเป้อีกคน มาบอกกับเราตอนเลิกเรียนว่า "หนิวเลิกเรียนแล้วอยู่คุยกับเก๋แป๊บนึงนะ มีเรื่องอยากปรึกษา" ตอนนั้นเราก็งงๆว่ามีอะไร แต่ก็อยู่คุย เพราะเราไม่ได้มีธุระอะไรอยู่แล้ว
เก๋ : หนิวเก๋ขอถามอะไรที่มันละเอียดอ่อนหน่อย
หนิว : มีไรหรอเจ้ (เราเรียกเก๋แบบนี้ เพราะทุกครั้งที่คุย เรารู้สึกเหมือนคุยกับพี่สาวมากกว่าคุยกับเพื่อน)
เก๋ : หนิว...หนิวชอบเป้มั้ย
หนิว : หา ~~~~ (สตั๊นๆ งงๆ ว่าทำไมถึงถามเรื่องนี้)
เก๋ : คือ ถ้าไม่ได้ชอบ เก๋ก็ว่าเก๋ควงเป้หน่อยนะ อยากจะแกล้งคน
หนิว : ก็...แล้วแต่จิ เป้มันก็คงให้ควงแหละ มันก็สนิทกะเจ้ดี
เก๋ : แต่หนิวไม่ได้ชอบใช่มั้ย กลัวควงไป แล้วหนิวมาคิดมาก
หนิว : หนิวไม่รู้หรอก แล้วแต่เจ้กะเป้เถอะ
เก๋ : คิดๆดีๆนะ เก๋ควงจริงๆนะ
หนิว : ...
ตอนนั้นรู้สึกงงๆกับตัวเอง ..ไม่เคยคิดถึงเรื่องแบบนี้มาก่อน ไม่เคยชอบใคร ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองจะมีความรัก ก็แค่นั่งด้วยกัน สนิทกัน ก็ดูเป็นเพื่อนกันปกติไม่ใช่หรอ.. แต่พอถูกถามมา กลับรู้สึกแปลกๆ และงงๆ ว่าทำไมเก๋ถึงคิดว่าเราจะชอบนะ และเราทำไมถึงตอบไม่ได้ว่าชอบหรือไม่ชอบ ทั้งๆที่มันน่าจะง่ายมาก
รู้เพียงแค่ว่า เราต้องหาคำตอบให้กับตัวเองให้ได้ เราต้องไม่มีความรู้สึกที่ไม่เด็ดขาดแบบนี้....งานกำลังจะเข้า
คุณเป้นั่งติดประตูหน้าห้อง หนิวนั่งถัดมาจากเป้....ใครเห็น ใครก็งง และคงคิดไปต่างๆนานา เราน่าจะโดนด่าโดนว่าอะไรลับหลังเยอะ แต่ช่างแม่ง อย่าให้ได้ยินเข้าหูเป็นพอ เพราะไม่มีใครรู้และเข้าใจว่าทำไมเราถึงย้ายมานั่งข้างกัน
ในเทอมนั้นถือว่าเป็นการเปิดหูเปิดตาเกี่ยวกับการคำนวณให้เราได้เป็นอย่างดีเลยละ ตั้งแต่เด็กเราไม่เคยรู้ตัวหรอกว่าเราชอบวิชาอะไร แต่เรารู้ว่าเลขเป็นวิชาที่เราทำคะแนนได้ดีที่สุด ตอนประถมจะได้ 99/100 ซะส่วนใหญ่ (ไม่ 100 สักที ง่ะ) พอมัธยมก็จะเต็มเกือบตลอด (โม้วปะละ) โดยกระบวนการคิดของเราจะเป็นไปตามทฤษฎีเป๊ะๆ ไม่เคยจับอะไรมั่วๆมาใส่ เพราะไม่มั่นใจ และไม่อยากให้มันผิด แต่พอมานั่งเรียนกับเป้ เราสังเกตได้ว่าเป้จะมีวิธีคิดที่แปลกกว่าคนอื่นๆ และแปลกจากทฤษฎีทั้งหลายที่เราเรียนกันมา แต่...ผลลัพธ์ของมัน...มันถูกเว้ยเฮ้ย!! เรารู้สึกโคตรงง และสนใจกระบวนการคิดของเป้มาก ด้วยความอยากรู้ เราจึงถามว่าทำอย่างไร หลายๆครั้งเป้เองก็ไม่ได้เข้าใจที่มาที่ไปของความคิดต่างๆเหล่านั้น เป้บอกได้เพียงแค่ว่า "กูรู้แค่ว่ามันสามารถเอามาทำแบบนี้ได้..." เราพยายามทำความเข้าใจ และคิดตามในสิ่งที่เขาคิด จึงได้รู้ว่า ไอ้ที่เขาคิด คือการพลิกแพลงเอาพวกทฤษฏีต่างๆที่มันเกี่ยวเนื่องกัน เอามาใช้รวมกัน รวมทั้งการสังเกต และความสงสัยในจุดต่างๆของเขา ทำให้เกิดวิธีลัดอะไรต่ออะไรมากมาย ถึงได้คำตอบที่ถูกต้อง ...ตอนนั้นบอกตรงๆว่าโคตรตื่นเต้นเลย ไม่คิดว่าจะมีใครคิดอะไรได้แบบนี้ เราไม่รู้คนอื่นสนใจมั้ย แต่เราสนใจมาก
หลังจากที่เรารู้ว่าเป้เอง ก็เก่งเรื่องการคิดคำนวณไม่แพ้กัน มันทำให้เรารู้สึกสนุก ท้าทาย และอยากเอาชนะมากๆ ทุกครั้งที่เรียนเลข เราสองคนจะยุกยิกๆ แข่งกันทำ เถียงกันไปเถียงกันมา ต่างคนต่างอยากเอาชนะเพือและให้อีกฝ่ายยอมรับว่าวิธีของตนดีที่สุด ถูกต้องที่สุด .... ณ จุดๆนี้ เพื่อนๆทั้งห้องแม่งคงรำคาญ เพราะเวลาอาจารย์ถามอะไรมาก็จะแย่งกันคิด และตอบเร็วๆ อาจารย์ที่สอนพวกเราตอนนั้นคือ อ.รุ่งนภา หลายๆครั้งที่เราเถียงกัน อาจารย์มักต้องหันมาบอกว่า "พวกแกนะถูกทั้งคู่ เลิกเถียงได้แล้ว มานี่ๆ เอานี่ไปคิดกันไปสองคน" ซึ่งก็จะทำให้เราสองคนเงียบได้แป๊บนึง ต่างคนต่างคิด พอได้คำตอบ ก็มาเถียงกันต่อ ..... ไม่มีอะไรมาหยุดยั้งของความอยากเอาชนะได้เลยสินะ!!
ช่วงเวลานั้น โคตรสนุกเลย ถึงเราจะเถียงกัน เอาชนะกัน แกล้งกัน แต่คงเพราะไม่เคยมีใครท้าทายเรา หรือไม่ยอมเรามาก่อน เราเริ่มสนิทกันมากขึ้นๆ ไปไหนมาไหนด้วยกันมากขึ้น เกือบทุกเย็นหลังเลิกเรียน เราจะมาซื้อขนมจีบร้านป้าหลังโรงเรียน 20 บาท แล้วก็น้ำเก๊กฮวย 5 บาท ร้านประจำ มานั่งกินกันริมคลอง หรือหน้าห้องสมุด ทำตัวก็เหมือนกับเพื่อนสนิททั่วๆไปไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้น ตอนวันเกิด เป้ก็เกรียนให้ที่วัดส่วนสูงเป็นของขวัญให้เรา ((โคตรจะ sad)) แต่ตอนหลัง ก็เอาตุ๊กตาทหารอากาศมาให้ เพราะว่าช่วงวัยนั้น เราอยากเป็นนักบินมากๆเลย มันเท่ห์มาก ทุกวันนี้เรายังเก็บไว้อย่างดี มองเห็นอยู่ทุกวัน ^^
จนวันหนึ่ง เก๋ ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทเป้อีกคน มาบอกกับเราตอนเลิกเรียนว่า "หนิวเลิกเรียนแล้วอยู่คุยกับเก๋แป๊บนึงนะ มีเรื่องอยากปรึกษา" ตอนนั้นเราก็งงๆว่ามีอะไร แต่ก็อยู่คุย เพราะเราไม่ได้มีธุระอะไรอยู่แล้ว
เก๋ : หนิวเก๋ขอถามอะไรที่มันละเอียดอ่อนหน่อย
หนิว : มีไรหรอเจ้ (เราเรียกเก๋แบบนี้ เพราะทุกครั้งที่คุย เรารู้สึกเหมือนคุยกับพี่สาวมากกว่าคุยกับเพื่อน)
เก๋ : หนิว...หนิวชอบเป้มั้ย
หนิว : หา ~~~~ (สตั๊นๆ งงๆ ว่าทำไมถึงถามเรื่องนี้)
เก๋ : คือ ถ้าไม่ได้ชอบ เก๋ก็ว่าเก๋ควงเป้หน่อยนะ อยากจะแกล้งคน
หนิว : ก็...แล้วแต่จิ เป้มันก็คงให้ควงแหละ มันก็สนิทกะเจ้ดี
เก๋ : แต่หนิวไม่ได้ชอบใช่มั้ย กลัวควงไป แล้วหนิวมาคิดมาก
หนิว : หนิวไม่รู้หรอก แล้วแต่เจ้กะเป้เถอะ
เก๋ : คิดๆดีๆนะ เก๋ควงจริงๆนะ
หนิว : ...
ตอนนั้นรู้สึกงงๆกับตัวเอง ..ไม่เคยคิดถึงเรื่องแบบนี้มาก่อน ไม่เคยชอบใคร ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองจะมีความรัก ก็แค่นั่งด้วยกัน สนิทกัน ก็ดูเป็นเพื่อนกันปกติไม่ใช่หรอ.. แต่พอถูกถามมา กลับรู้สึกแปลกๆ และงงๆ ว่าทำไมเก๋ถึงคิดว่าเราจะชอบนะ และเราทำไมถึงตอบไม่ได้ว่าชอบหรือไม่ชอบ ทั้งๆที่มันน่าจะง่ายมาก
รู้เพียงแค่ว่า เราต้องหาคำตอบให้กับตัวเองให้ได้ เราต้องไม่มีความรู้สึกที่ไม่เด็ดขาดแบบนี้....งานกำลังจะเข้า
วันศุกร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2557
First Love Life
ครูเป้ลาออกจากงานแล้ว
+++++++++++++++++++
เราถือว่าเป็นข่าวดี ...ไม่ใช่เราสนับสนุนให้คุณเป้ขี้เกียจนะ แต่เราไม่อยากให้เป้ต้องไปทนทรมานกับสิ่งที่มันไม่ยุติธรรมกับชีวิตของเขา ทำงานเต็มที่ ทำด้วยใจ ให้เกินร้อย แต่ถูกด่าเสียเทเสีย กล่าวหาว่าร้ายในสิ่งที่เขาไม่ได้ทำ ใช้ชีวิตอย่างเครียดๆ ไม่มีความสุขกับการทำงานเพราะคน สุขภาพจิตจะแย่เปล่าๆ แถมสุขภาพกายจะแย่หนักตาม พักผ่อนก่อนสักพัก เติมพลัง เติมใจแล้วก็ลุยต่อนะ หนิวจะอยู่ข้างๆ ช่วยเหลือ และสนับสนุนในสิ่งที่พอจะช่วยได้เสมอ
+++++++++++++++++++
Pupay's Vacation
+++++++++++++++++++
คุณเป้มาพักอยู่ด้วย 5 วันเต็ม ...ไม่อยากจะโม้ว่าอาหารการกินดีมาก อิ่ม (จัดหนัก) ทุกมื้อ โดยไม่ต้องไปร้านอาหารที่ไหนเลย ฝืมือคุณเป้เนี่ยละ ที่สุดแล้วววว ...มาไล่เรียงเมนูกันว่าน่าหม่ำแค่ไหน
*********
กุ้งอบวุ้นเส้น : ด้วยโลโบ้ สุดยอดแห่งผงปรุงรสสูตรสำเร็จชั้นเยี่ยม ใช้น้ำมันพืชแทนไขมันสัตว์ ใส่วุ้นเส้น โรยผงโลโบ้ แล้วก็เอากุ้งสดตัวโตใส่ลงไป อบๆๆๆๆๆ ปิ๊ง ~~ เหยดโด้ตาโตอร่อยสาดดดด

*********
ข้าวผัดหมู ... ความพิเศษอยู่ที่ คุณเป้ใส่ผงกะหรี่ลงไปด้วย ทำให้มีความหอมอีกแบบ แล้วรสชาติก็ออกมาอีกแบบ ที่จริงใส่มะเขือเทศกับหัวหอมใหญ่ลงไปเยอะมาก แต่คุณเป้ละเลงเละซะจนแยกไม่ออก ...เราก็เลยได้กินผัก 55
ถึงยังไง ก็ยอมรับว่าอร่อยมาก ไม่เคยกินรสแบบนี้มาก่อน ชอบมากเลอ
*********
ไข่ตุ๋น ~~ โอยยยย อร่อยยยย ชอบบบบบ หอมมมมม ยอดเยี่ยมกระเทียมเป้!!!!!!!! มันอร่อยมาก เหมือนไม่มีอะไร แต่มันมีอะไร ....???? มันมีกระเทียมเจียวไง!!! มันมีรสเค็ม ความหอม ของกระเทียมเจียวออกมาด้วย แถมไข่ก็เนื้อเนียนมาก อย่างกะเต้าหู้แหน่ะ ((เต้าหู้ผักของ CP ยังเนียนไม่เท่าเลย)) คุณเป้บอกว่า ไม่ว่าถ้วยจะใหญ่แค่ไหน ตูดโค้งแค่ไหน ให้ใส่ไข่ครึ่งชามล่าง น้ำครึ่งชามบน แค่นั้น...จบ
เสริมๆๆ ถ้าอยากให้เข้มข้น เนียนอีกรส คุณเป้ให้เปลี่ยนจากน้ำเป็นนม....สงสัยต้องลอง
*********
หมูผัดผงกะหรี่ ...เฮ้...ใส่พริกเผาด้วยนะเธอ จริงๆมันก็อร่อยแหละ แต่บังเอิญมันเสิร์ฟพร้อมไข่ตุ๋น....เราเลยกินแต่ไข่ตุ๋นเพลินเลย แหะๆ
แต่จานนี้ก็หอมฉุย หอมทั้งพริกเผาและผงกะหรี่ มันเข้ากันดีแท้

*********
แกงจืดหมูสับ เต้าหู้ สาหร่าย.....ได้มองแค่รูป ไม่รู้ละสิว่า "โคตรอร่อย" แค่ไหน
คุณเป้ใช้กระเทียมเจียวมาเป็นเคล็ดลับอีกแล้ว ให้เราทดลองชิมน้ำตั้งแต่ต้มเฉพาะเนื้อ ...ใส่สาหร่าย...ใส่เครื่องปรุงรส...และใส่กระเทียมเจียว สุดยอด!! อ๊อดๆ!!!
*********
ผัดวุ้นเส้น..จานนี้ที่คุณเป้ Fail เพราะ Feedback กลับไม่ค่อยดี (feedback จาก facebook) เพราะหน้าตาเละๆไม่ค่อยน่ารับทาน แต่จริงๆ เราว่าก็ดีกว่าที่เราทำนะ เส้นออกเละไปหน่อยเพราะใส่น้ำเยอะไป ไม่เป็นไรนะ ไว้แก้มือใหม่ เค้าจะรอชิมให้ ^_^
*********
ผัดผักกาดขาวน้ำมันหอย ...เมนูสุขภาพ ไม่เคยกินผัดผักกาด และก็ไม่รู้ด้วยว่าน้ำมันจะฉ่ำขนาดนี้...ฉ่ำเกิ๊นนนน ให้รสที่แปลก เพราะน้ำมีความเค็มของน้ำมันหอย แต่ผักกลับหวาน พอกินพร้อมกันมันให้รสที่โอเคเลยละ ...ถ้ามีเนื้อสัตว์สักอย่างใส่ลงไป ก็น่าจะดี อิอิ
*********
ผัดฟักทอง (ลืมอัพ) ฟักทองล้วนๆเลย ไร้อะไรเจือปน ปกติพ่อเราจะชอบกินมาก แต่พ่อหาที่ถูกปากไม่ค่อยได้ เพราะพ่อชอบแบบไม่เละ และไม่แข็งเกิน แต่ร้านส่วนใหญ่มักจะทำเละไปเลย ไม่ก็แข็งมากๆ เราว่าเมนูนี้เป้ทำออกมาน่าจะเป็นแบบที่พ่อชอบนะ มันกำลังพอดี รสชาดก็ดี รสออกหวาน แต่เราก็ไม่ได้สังเกตว่าปรุงรสอะไรยังไงบ้าง ... อยากให้พ่อได้ลองกินจัง น่าจะดี ^^
*********
ลาบหมู...อู้หูวว โลโบ้ทำได้ทุกสิ่ง จนอยากจะไปเป็นพรีเซนเตอร์เลยทีเดียว เราเองก็เคยจะกินลาบมาบ้าง (เพรส ขนมปังแท่งรสลาบ :D) แต่จานนี้เป้ตั้งใจจัดให้ก็ต้องลอง มันมีรสออกเปรี้ยวนำ ...แต่ตอนหลังใส่น้ำปลาเพิ่ม เลยออกเค็มมาด้วย แต่เป้บอกว่ารสจริงๆจะต้องออกเปรี้ยวกับเค็ม เพราะคนอิสานเขาจะกินรสนี้ เราทำได้แต่จำเอาไว้ ว่ารสที่อร่อยหน่ะเป็นยังไง ...ปกติไม่กินเผ็ด แต่เป้ทำเสร็จ...กินได้หมดแหละ ฮิ้วๆๆ
+++++++++++++++++++
เราถือว่าเป็นข่าวดี ...ไม่ใช่เราสนับสนุนให้คุณเป้ขี้เกียจนะ แต่เราไม่อยากให้เป้ต้องไปทนทรมานกับสิ่งที่มันไม่ยุติธรรมกับชีวิตของเขา ทำงานเต็มที่ ทำด้วยใจ ให้เกินร้อย แต่ถูกด่าเสียเทเสีย กล่าวหาว่าร้ายในสิ่งที่เขาไม่ได้ทำ ใช้ชีวิตอย่างเครียดๆ ไม่มีความสุขกับการทำงานเพราะคน สุขภาพจิตจะแย่เปล่าๆ แถมสุขภาพกายจะแย่หนักตาม พักผ่อนก่อนสักพัก เติมพลัง เติมใจแล้วก็ลุยต่อนะ หนิวจะอยู่ข้างๆ ช่วยเหลือ และสนับสนุนในสิ่งที่พอจะช่วยได้เสมอ
+++++++++++++++++++
Pupay's Vacation
+++++++++++++++++++
คุณเป้มาพักอยู่ด้วย 5 วันเต็ม ...ไม่อยากจะโม้ว่าอาหารการกินดีมาก อิ่ม (จัดหนัก) ทุกมื้อ โดยไม่ต้องไปร้านอาหารที่ไหนเลย ฝืมือคุณเป้เนี่ยละ ที่สุดแล้วววว ...มาไล่เรียงเมนูกันว่าน่าหม่ำแค่ไหน
*********
กุ้งอบวุ้นเส้น : ด้วยโลโบ้ สุดยอดแห่งผงปรุงรสสูตรสำเร็จชั้นเยี่ยม ใช้น้ำมันพืชแทนไขมันสัตว์ ใส่วุ้นเส้น โรยผงโลโบ้ แล้วก็เอากุ้งสดตัวโตใส่ลงไป อบๆๆๆๆๆ ปิ๊ง ~~ เหยดโด้ตาโตอร่อยสาดดดด

*********
สปาเกตตี้ซอสมะเขือเทศ + เครื่องเคียงหอมทอด เมนูนี้หนูหนิวจัดเอง พอดีเคยทำมาก่อน ก็แบบ...อยากโชว์บ้างไรบ้าง แต่พอดี...คุณเป้ช่วยปรุง...รสออกมาอย่างหวานนนนน (หวานจริงๆ น้ำตาลไม่ยั้ง ไม่เกี่ยวก่าฟามรักไรเลอ) แต่ว่าจานนี้ ถ้าไปนั่งร้านอาหารละก็ มีขั้นต่ำ 90-120 แน่นอน อิอิ*********
ข้าวผัดหมู ... ความพิเศษอยู่ที่ คุณเป้ใส่ผงกะหรี่ลงไปด้วย ทำให้มีความหอมอีกแบบ แล้วรสชาติก็ออกมาอีกแบบ ที่จริงใส่มะเขือเทศกับหัวหอมใหญ่ลงไปเยอะมาก แต่คุณเป้ละเลงเละซะจนแยกไม่ออก ...เราก็เลยได้กินผัก 55
ถึงยังไง ก็ยอมรับว่าอร่อยมาก ไม่เคยกินรสแบบนี้มาก่อน ชอบมากเลอ
*********
ไข่ตุ๋น ~~ โอยยยย อร่อยยยย ชอบบบบบ หอมมมมม ยอดเยี่ยมกระเทียมเป้!!!!!!!! มันอร่อยมาก เหมือนไม่มีอะไร แต่มันมีอะไร ....???? มันมีกระเทียมเจียวไง!!! มันมีรสเค็ม ความหอม ของกระเทียมเจียวออกมาด้วย แถมไข่ก็เนื้อเนียนมาก อย่างกะเต้าหู้แหน่ะ ((เต้าหู้ผักของ CP ยังเนียนไม่เท่าเลย)) คุณเป้บอกว่า ไม่ว่าถ้วยจะใหญ่แค่ไหน ตูดโค้งแค่ไหน ให้ใส่ไข่ครึ่งชามล่าง น้ำครึ่งชามบน แค่นั้น...จบ
เสริมๆๆ ถ้าอยากให้เข้มข้น เนียนอีกรส คุณเป้ให้เปลี่ยนจากน้ำเป็นนม....สงสัยต้องลอง
*********
หมูผัดผงกะหรี่ ...เฮ้...ใส่พริกเผาด้วยนะเธอ จริงๆมันก็อร่อยแหละ แต่บังเอิญมันเสิร์ฟพร้อมไข่ตุ๋น....เราเลยกินแต่ไข่ตุ๋นเพลินเลย แหะๆ
แต่จานนี้ก็หอมฉุย หอมทั้งพริกเผาและผงกะหรี่ มันเข้ากันดีแท้

*********
แกงจืดหมูสับ เต้าหู้ สาหร่าย.....ได้มองแค่รูป ไม่รู้ละสิว่า "โคตรอร่อย" แค่ไหน
คุณเป้ใช้กระเทียมเจียวมาเป็นเคล็ดลับอีกแล้ว ให้เราทดลองชิมน้ำตั้งแต่ต้มเฉพาะเนื้อ ...ใส่สาหร่าย...ใส่เครื่องปรุงรส...และใส่กระเทียมเจียว สุดยอด!! อ๊อดๆ!!!
*********
ผัดวุ้นเส้น..จานนี้ที่คุณเป้ Fail เพราะ Feedback กลับไม่ค่อยดี (feedback จาก facebook) เพราะหน้าตาเละๆไม่ค่อยน่ารับทาน แต่จริงๆ เราว่าก็ดีกว่าที่เราทำนะ เส้นออกเละไปหน่อยเพราะใส่น้ำเยอะไป ไม่เป็นไรนะ ไว้แก้มือใหม่ เค้าจะรอชิมให้ ^_^
*********
ผัดผักกาดขาวน้ำมันหอย ...เมนูสุขภาพ ไม่เคยกินผัดผักกาด และก็ไม่รู้ด้วยว่าน้ำมันจะฉ่ำขนาดนี้...ฉ่ำเกิ๊นนนน ให้รสที่แปลก เพราะน้ำมีความเค็มของน้ำมันหอย แต่ผักกลับหวาน พอกินพร้อมกันมันให้รสที่โอเคเลยละ ...ถ้ามีเนื้อสัตว์สักอย่างใส่ลงไป ก็น่าจะดี อิอิ
*********
ผัดฟักทอง (ลืมอัพ) ฟักทองล้วนๆเลย ไร้อะไรเจือปน ปกติพ่อเราจะชอบกินมาก แต่พ่อหาที่ถูกปากไม่ค่อยได้ เพราะพ่อชอบแบบไม่เละ และไม่แข็งเกิน แต่ร้านส่วนใหญ่มักจะทำเละไปเลย ไม่ก็แข็งมากๆ เราว่าเมนูนี้เป้ทำออกมาน่าจะเป็นแบบที่พ่อชอบนะ มันกำลังพอดี รสชาดก็ดี รสออกหวาน แต่เราก็ไม่ได้สังเกตว่าปรุงรสอะไรยังไงบ้าง ... อยากให้พ่อได้ลองกินจัง น่าจะดี ^^
*********
ลาบหมู...อู้หูวว โลโบ้ทำได้ทุกสิ่ง จนอยากจะไปเป็นพรีเซนเตอร์เลยทีเดียว เราเองก็เคยจะกินลาบมาบ้าง (เพรส ขนมปังแท่งรสลาบ :D) แต่จานนี้เป้ตั้งใจจัดให้ก็ต้องลอง มันมีรสออกเปรี้ยวนำ ...แต่ตอนหลังใส่น้ำปลาเพิ่ม เลยออกเค็มมาด้วย แต่เป้บอกว่ารสจริงๆจะต้องออกเปรี้ยวกับเค็ม เพราะคนอิสานเขาจะกินรสนี้ เราทำได้แต่จำเอาไว้ ว่ารสที่อร่อยหน่ะเป็นยังไง ...ปกติไม่กินเผ็ด แต่เป้ทำเสร็จ...กินได้หมดแหละ ฮิ้วๆๆ
ที่จริงมีเบอร์เกอร์หมูเวฟด้วย เอาชีสโปะเบาๆ 1 แผ่น ก็อร่อยดีนะ คุณเป้ปรุงหมูให้พอมีรสชาติ แล้วมารวมกับความเค็มนิดๆของชีส ก็ออกมาโอเคกำลังดี แต่หนมปังโลตัส...แย่ --" แข็งเป๊กก
....... ถ้าคิดว่าหมดแล้ว..... หึหึ Master Piece กำลังรออยู่....
~~ ขอตั้งชื่อว่า "สเต็กหมู รสครูเป้ ของนู๋หนิว" ~~
รสนี้คุณเป้ปรุงเอง หมักหมูไว้เกือบ 2 วัน รสชาติเข้มเข้าเนื้อมาก มีชีสโปะด้านบน มีรสเค็มนิดๆมาผสมกัน อร่อยมาก
ว่าแต่ใครจะเคยเห็นกินสเต็กคู่กับไข่ดาวละ (มื้อนี้คุณเป้ตื่นมาทำให้แต่เช้าเลยละ น่ารักจริงๆ ♥)
มีผักกาดหอม และหอมทอดเป็นเครื่องเคียง เราซัดซะหมดจานเลย อิ่มพุงกาง ...อิ่มเสร็จก็ไปนอน...โอ้ว...กลมดิ๊กๆ
♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥
การพบและใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในฐานะแฟนครั้งแรก อาจดูเหมือนอะไรๆไม่เปลี่ยน แต่สำหรับเรา มันเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นมากเลย รู้สึกได้ถึงการเอาใจใส่ในรายละเอียดการใช้ชีวิต การดูแลทั้งเรื่องข้าวปลาอาหาร การเดินทางไปไหนมาไหน ระวังรถ ระวังภัย ความห่วงใยถึงสุขภาพและจิตใจ น้ำเสียงที่ใช้ในการพูดจานุ่มนวลขึ้น ถึงจะยังมีกูๆมึงๆ แต่มันก็มีความนุ่มละมุน รู้สึกได้ถึงความรักของเราที่มันอยู่รอบๆตัวเรากันนี้ตลอดเวลา ความห่างไกลไม่ได้ทำให้รักจางหายไปเลย แต่กลับทำให้รักเข้มขัดเจนขึ้นเมื่อเราได้พบเจอกันต่างหาก
เราอยากกอด อยากอยู่ใกล้ๆ อยากอยู่ในอ้อมแขนคุณเป้นานๆ ไม่รู้เพราะอะไรใจมันถึงเต้นแรงๆ มันร้อนๆไปทั้งตัว จนรู้สึกเหมือนหมดแรงไปดื้่อๆ ^_^ แต่มันทำให้คุณเป้อึดอัดใจ เราจะรอ รอวันของเรา ที่เราจะได้อยู่ใกล้ๆกัน ได้อยู่ข้างๆกัน โดยที่คุณเป้และเราจะไม่รู้สึกผิด หรือกังวลใจในเรื่องอะไรทั้งนั้น
ขอบคุณนะ ในความรัก ความเข้าใจ การให้เกียรติต่อเรา เราจะรอคอย จนถึงวันที่เราได้อยู่ด้วยกันตลอดไป
~~~ มึงรักกุปะ ~~~ กูรักมึง โอเคปะ ~~~ อือ กูก็รักมึง ~~~
~~~ วันนี้่ กล้าพูดได้เต็มปากว่า เรารักกัน ~~~
♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)










