วันอาทิตย์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

เรื่องราวยาวๆของ "นูเน่" : จุดจบที่เลวร้าย

ขึ้นม.3 มา เราเลือกนั่งกับ 'อิแจ๊ค' เพื่อนตุ๊ดฮาๆคนหนึ่ง ที่สนิทกันตั้งแต่ตอนม.1 เรากลับไปนั่งกับเพื่อนผู้หญิงไม่ได้ เพราะเรื่องที่เราทรยศมิ้นท์ มานั่งกับเป้ (ความรู้สึกในตอนนั้นคือ ไม่น่าย้ายเลย ทำร้ายตัวเองไม่พอ ทำร้ายจิตใจเพื่อนด้วย) ก็เลยไม่มีหน้ากล้าไปขออยู่กับกลุ่มเพื่อนผู้หญิงอีก ทำเลที่แจ๊คเลือกดีมาก นับจากหลังห้องขึ้นมา 3 แถว ข้างหลังเป็น กอล์ฟ เด็ด เล็ก....และเป้ ตั้งแต่วันแรกที่หย่อนตูดลงไปนั่งที่เก้าอี้ เป้ก็ทักทายมาอย่างสนิทใจว่า "ทำไมมึงต้องมานั่งตรงนี้ ไปนั่งไกลๆกูได้มั้ย" ,,, เป็นมิตรมาก... แต่แน่นอน ด้วยความรั้นและหน้าด้าน จึงตอบกลับไป "กูจะนั่งกับอิแจ๊ค มันเลือกตรงนี้้ กูก็นั่งตรงนี้"

เรายังคงแข่งขันกันเรื่องคณิตเหมือนเดิม แต่เราคุย เล่นกันน้อยลงมาก มาก มาก มาก มาก แต่โทรศัพท์ ก็ยังคุยได้บ้าง บ้าง บ้าง บ้าง... พฤติกรรมการเรียนเป้เริ่มเปลี่ยนไป เป้ไม่ใส่ในอะไรกับการเรียน ไม่สน ไม่ค่อยมาโรงเรียน งานไม่ทำ เราก็บ้า ... บ้าทำ บ้าตามเก็บงาน บ้าทำทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งๆที่รู้ว่าเขาไม่ต้องการ จนเป้อึดอัดใจไม่ไหว เขาจึงบอกออกมาว่า "ถ้ามึงทำให้กู มึงต้องทำให้เพื่อนกูด้วย พวกนี้ ที่นั่งข้างกู มึงต้องทำทั้งหมด ไม่งั้น ไม่ต้องมาทำให้กู" ประกาศกร้าวต่อหน้าเพื่อนๆเหล่านั้นด้วย.....มันมีเพื่อนเกือบสิบคน ถ้าถามว่าทำมั้ย คนอย่างหนิวที่ไม่อ่อนข้อให้ใคร ไม่เคยยอมทำอะไรตามใจใคร ตอบเต็มปากเลยว่า "ทำ" หลายๆคนก็เลยสบายไป ข่าวนี้แพร่กระจายไปยังเพื่อนๆที่นั่งอยู่ไกลๆ หลายๆครั้งที่เวลาส่งงานใกล้จวนตัว พวกนั้นก็จะเดินมาหา แล้วบอกตรงๆเลยว่า "เราก็เพื่อนเป้นะ หนิวช่วยเราด้วย" แน่นอน ยินดีช่วยทุกคน ช่วงนั้น เป็นคนที่ใช้ google เก่งมาก พิมพ์งานไวมาก งาน art เป็นเลิศ จินตนาการล้ำเหลือ มันทำให้เราต้องสังเกตลักษณะงานของคนอื่นๆด้วย เพื่อที่เวลาทำให้พวกเขา จะได้ดูเหมือนว่า 'เขาเป็นคนทำมันเอง'

ช่วงนั้น ที่เรานั่งข้างแจ๊ค รอบๆตัวด้านหน้ามี 'ทิม' 'ซันเต๋อ' และ 'เบียร์' (หรือวู้ดดี้) เรามักคุยเล่นกันเสมอ จนเราเริ่มกลับไปกินข้าวกับเพื่อนๆผู้หญิงได้ โดยมีเพื่อนกลุ่มนี้เป็นตัวนำพาเราไป แต่....นะ คนอย่างหนิว มีเรื่องจนได้,, วันหนึ่งเราเล่นกับแก๊งนี้อยู่ แล้วเล่นอะไรกันท่าไหนไม่รู้ มือบอนไปตบหน้าวู้ดดี้เข้าอย่างจัง จนวู้ดดี้ร้องไห้ เราไม่ได้ตั้งใจ ขอโทษกันยกใหญ่ วู้ดดี้เองก็บอกว่าเจ็บ แต่ไม่ได้โกรธอะไร ระหว่างที่วูุ้ดดี้ไปล้างหน้า ก็เดินสวนกับ 'แจน' คนนี้เพื่อนผู้หญิงยกย่องกันมาก เพราะบ้านรวย ปากมาก เอาแต่ใจ รุนแรง ...เราไม่รู้ว่าวู้ดดี้กับแจนไปคุยกันยังไง ผลกลายเป็นแจนมาด่าเรารุนแรงว่าตบวุฒิทำไมๆ เราก็อธิบายแล้วว่าเล่นกัน แล้วเผลอ แจนก็ยังไม่ฟัง ด่าๆไม่มีหยุด เราก็เลยขึ้น สวนกลับแรงว่าแจนเสือก เรื่องมันจบไปแล้ว จะมายุ่งทำไม ไม่ได้รับรู้เรื่องราวอะไรด้วยเลย วิเศษอะไรนักหนา กลับไปดูตัวเองก่อน ,,, (ตอนนั้นเราไม่ได้หลุดปากเรื่องที่แจนหลอกเพื่อนทุกคนว่าเอารูปดาราวอนบินมาให้เพื่อนดู แล้วบอกว่าเป็นแฟนตัวเอง แถมยังแต่งเรื่องว่ามีพี่ฝาแฝด รวยล้นฟ้ามหาบรรลัย) ผลสรุปคือแจนโกรธ และสั่งเพื่อนผู้หญิงทุกคนเลิกคบเรา ... อิทธิพลของแจนมันมากกว่าเราอยู่แล้วสำหรับเพื่อนผู้หญิง ยิ่งเรามีเรื่องกับมิ้นท์มาก่อนทุกอย่างก็จบสิ้นกันหมด... เหลือแค่เพียง แจ๊ค ทิม ซันเต๋อ เบียร์ ที่กลับยังคงคุยกับเรา ช่วงเวลานั้นแย่สุดๆ เพื่อนผู้หญิงไม่มีใครสักคนเข้าใจ แถมยังด่าใส่พวกแจ๊ค พวกทิม ว่าเราเป็นแม่พวกมันหรือไง ถึงยังคุยอยู่ยังใช้ได้ (ช่วงนั้น เราฝากทิมซื้อน้ำ กับนม หรือซาลาเปาให้เราตลอด เราไม่ลงไปกินข้าว เพราะไม่มีเพื่อนนั่งกินด้วย มันอาย เลยขออยู่บนห้องเงียบๆคนเดียวดีกว่า)

หลังจากเจอเรื่องราวแบบนั้น ในช่วงเทอมสอง เราก็ได้ไปสนิทกับ 'กอล์ฟ' และ 'เด็ด' มากขึ้น เพราะมันยั่งอยู่ข้างหลังเรากับแจ๊คตรงๆ เลยหันไปคุยได้ง่าย สองคนนี้หัวดี ขยัน จะแตกต่างกับกลุ่มเพื่อนๆข้างต้นนั้นมากอยู่ เราสนิทกันมากขึ้น เริ่มไปไหนมาไหนกับสองคนนี้ิ ไปๆมาๆ ก็มีเพื่อนชื่อ 'ภูมิ' 'โหน่ง' และ 'นัทลิง' เพิ่มขึ้นมาอีก เราตั้งชื่อแก๊งเรากันว่า โจ๊กหมูใส่ไข่ ...มาจากอะไร จำไม่ได้ละ ใครเป็นคนตั้งก็จำไม่ได้เลย --" เริ่มจับกลุ่มทำรายงาน เริ่มไปกินข้าว หาอะไรหลังโรงเรียนกิน และรู้สึกว่าชีวิตเริ่มสนุกขึ้นเมื่อได้มาโรงเรียน ระหว่างนี้ เป้แทบไม่คุยกับเราเลย มองก็ยังไม่มอง แต่แปลกที่โทรศัพท์ไปก็ยังคุย ไม่นานนัก ก็มีข่าวว่าเป้ชอบรุ่นพี่คนหนึ่ง พี่เขาสวยมาก ขาว เด่น น่ารัก ไม่แปลกเลยที่เป้จะชอบ แต่ปัญหามันอยู่ที่ตัวเราเอง เลิกชอบเป้เขาไม่ได้สักที

ในเทอมสอง เกิดเหตุการณ์ที่เหี้ยที่สุดสำหรับเรากับเป้ ตอนนั้นคาบเรียนภาษาไทย ปลายๆคาบแล้ว เราจำได้ลางๆแค่ว่า เป้ให้เราเลิกยุ่ง เลิกทำงานอะไรสักอย่างให้เขา เราก็เถียงกลับ เถียงกันหนักไปๆมาๆ จนกลายเป็นเอาสิ่งที่อึดอัดใจอยากด่าออกมาพูด ทั้งเรื่องเราเอาแต่ใจ น่ารำคาญ เสือกกับเขามากเกินไป ไม่เลิกยุ่งกับเขาสักที จนถึงขั้นด่าพ่อด่าแม่กันเลยทีเดียว ช่วงที่ด่ากัน ด่าดังมาก เป็นช่วงที่อาจารย์บังคับให้ทุกคนท่องอาขยานพร้อมกันทั้งห้องดังๆ แต่เรากับเป้ ด่ากันอยู่ในเสียงอาขยานของเพื่อนๆ เป้โกรธจัด .....และเงื้อมือจะตบเรา.....ทุกอย่างในวินาทีนั้น เงียบสนิท ดับนิ่งไปเลย,,, (เรื่องจะตบ เป้มาเล่าทีหลังว่าคิดจะตบจริงๆ แต่ยั้งมือตัวเองไว้ทัน ไม่งั้น เราไม่เหลือแน่ เราก็เสียใจนะ ที่เขาเกลียด โกรธเราได้มากถึงขนาดนี้) ...นับจากวันนั้น เรากับเป้ ก็แทบไม่ค่อยได้คุยกันอีกเลย วาเลนไทน์ เราก็ยังดื้อด้าน ส่งหมอนหัวใจไปให้เขา แต่เขาไม่เอา เราเลยเอาไปทิ้งขยะ แต่ซันเต๋อเป็นคนเก็บกลับมาให้ และขอร้องให้เราเอากลับบ้านเถอะ อย่าทิ้งเลย....ทุกวันนี้ มันก็ยังอยู่บนหัวนอนที่บ้านของเรา

ในช่วงปิดเทอม วันหนึ่ง เรารวบรวมความกล้า แล้วถามเป้ออกไปว่า "มึงไม่ได้คิดอะไรกับกูเลยใช่ไหม" เป้ก็ตอบมาชัดเจนว่า "ไม่ ไม่คิด ไม่มีทาง" .....ทุกอย่างชัดเจนแล้ว จบแล้วนะสำหรับสิ่งที่เรียกได้เลยว่า 'รักครั้งแรก'

ในช่วงเทอมสองนั้นเราไม่รู้เลยว่า 'กอล์ฟ' ชอบเราอยู่ แล้วเขาก็เคยคุยกับเป้เรื่องเรา ว่าเขาจีบได้ไหม เป้ไม่ได้อะไรกับเราอยู่แล้ว ก็เลยไม่สนใจอะไร กอล์ฟเขาก็คุยๆไปเรื่อยๆโดยที่เราเองก็ไม่ได้รู้เรื่องด้วย จนอยู่ดีๆ เขาก็มาบอกเราว่าเขาชอบ แต่เราก็บอกกอล์ฟตรงๆ ว่าเรายังชอบเป้อยู่ กอล์ฟก็คงมีความพยายาม ตอนม.4 เรากับเป้แยกห้องกัน เราโดนย้ายไปห้อง 1 ส่วนเป้อยู่ห้อง 3 เราจึงไม่ได้คุยกันเลยแม้แต่นิดเดียว ทุกครั้งที่เห็นหน้าเขา เราก้เศร้าใจเสมอ จากคนที่เราอยู่ใกล้กันมาก มีความคิดหลายๆอย่างที่ตรงกันมาก ทุกครั้งที่ได้ออกความเห็น ได้เถียงกัน มันช่างสนุก และไม่มีใครทำแบบนี้ได้เลยสักคน กลับกลายมาเป็นคนที่...แค่เรามองหน้าเขา เขาห็เบือนหน้าหนี.....กลายเป็นแบบนั้นไป

เรื่องราวยาวๆของ "นูเน่" : รอยร้าวค่อยๆแตก

หลังจากที่ได้รับรู้ความรู้สึกไป หลังจากนั้น เราเริ่มแสดงอาการมากขึ้น ทำอะไรให้มากเป็นพิเศษ (มากในที่นี้ รวมรายงาน ตามงาน อะไรหลายๆสิ่ง ส่วนเป้เองหลังจากที่รับรู้ความรู้สึกของเรา ก็เริ่มเปลี่ยนแปลงขึ้นเช่นกัน แต่เปลี่ยนไปในทิศที่ 'ตรงข้าม' กับเรานะ จากเดิม ที่ตอนเย็นๆเราจะไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด เป้ก็จะเลี่ยงๆไป เลิกเรียนปั๊บ ไปกับเพื่อนทันที ถึงความสนุกของเรายังคงมีอยู่ในระหว่างเรียน แต่เราก็รู้สึกได้ถึงความอึดอัดของเป้ที่เริ่มเกิดขึ้น เพื่อนๆเริ่มรับรู้กันบ้าง และถูกล้อเลียนบ้าง เราเองก็ใช่ว่าจะไม่อยากรู้นะว่าเขาคิด รู้สึกอย่างไร ...แต่ดูจากการกระทำมันก้ชัดเจนแล้วละ ^^" เกิดความรู้สึกกล้าๆกลัวๆที่จะโทรไปคุยกันอย่างที่เคยๆ เริ่มห่างกันมากขึ้น ตอนนั้นรู้สึกแค่เพียงว่า "ไม่น่าเลยเรา " แทนที่เราจะหยุดคิด ปล่อยวาง แต่พอยิ่งกดตัวเอง ก็กลายเป็นยิ่งค้นพบตัวเองมากขึ้น ..... ค้นพบอะไรหลายๆอย่างที่ทำให้เรารู้สึกชอบคนๆนี้

แต่สิ่งหลักๆที่ทำให้เรารู้สึกพิเศษมากๆ คือ เป้มีความคิด และเหตุผลหลายๆอย่างที่เหมือนผู้ใหญ่มาก การแสดงออกทางสายตา ท่าทาง การตัดสินใจเวลาเกิดเหตุการณ์สำคัญๆ เป้ทำได้ดีมาก ซึ่ง ..คล้ายกับพ่อเราเลย.. จุดนี้ละ ที่เป็นจุดอ่อนสำหรับเรา เพราะเขาเหมือนมาก จนน่าตกใจ ทำให้เราแพ้ทางเขาตลอด ซึ่งไม่มีใครทำได้มาก่อน (ก็เพราะเราเอาแต่ใจ หัวรุนแรง ไม่ยอมใคร วีน โวยวายไงละ!! ไม่ได้เก่งอะไรเลย)

ในเทอมสองช่วงกุมภาพันธ์...แน่นอน "วันวาเลนไทน์" ตอนนั้นหมวดวิชาภาษาอังกฤษรับจัดส่งดอกไม้ พี่ๆที่ทำรู้จักกันก็มาชวนว่าช่วยหน่อย 100 บาท ส่งให้ใครก็ได้เดี๋ยวไปส่งให้ ก็ไม่คิดอะไร ...ส่งๆไปละกัน เรื่องนี้่ มี อาจารย์ท่านหนึ่งรู้ เพราะเขาก็เป็นคนชวนให้ส่ง พอเป้ได้รับ ตอนนั้นเป็นวิชาที่อาจารย์กำลังสอนพอดี (ภาษาอังกฤษ) อาจารย์ก็ถามเป้ว่า "รู้ไหม ใครส่งมา " เป้ก็บอกว่าพอจะเดาได้ อาจารย์เลยบอกว่าไม่ขอบคุณเขาหน่อยหรอ ....เป้บอกว่า "ไม่จำเป็น เขาอยากจะส่งก็ส่ง ช่างเขาเป็นไร " .....นั่งอยู่ใกล้ๆ หน้าชาเลยเรา ช่วงนั้นเราใช้ชีวิตกันแบบอึนๆมาก เหมือนจะยังสนิทกัน แต่ก็มีอะไรบางอย่างกั้นอยู่ อันนี้เราคิดของเราเองคนเดียว เราเลยทุกข์ เราไม่รู้เลยว่าทางเป้คิดอย่างไร อาจอึดอัดใจกว่าเราก็เป็นได้ เพราะเป้ให้ความสำคัญกับคำว่า "เพื่อน" มากๆ เขาก็คงไม่อยากเสียเพื่อน และในทางเดียวกัน ก็คงไม่อยากให้เราคิดอะไรกับเขาไปมากกว่านั้น เพียงแต่เขายังไม่บอกออกมาเท่านั้นเอง

ตอนปิดเทอม เรามีโอกาสไปช่วยอาจารย์ขายชุดพละ ก็เลยยังพอที่จะได้เจอกันบ้าง ส่วนโทรศัพท์เราก็คุยกันบ้างประปราย โดยเป้เองก็คุยเหมือนเพื่อนปกติ เหมือนไม่เคยรับรู้ความรู้สึกอะไรของเรามาก่อนเลยในชีวิต ตัวเราเอง ก็คิด ก็มโน เริ่มรู้จักคำว่า "คิดถึง" รู้จักอาการ "หึง" เริ่มรู้จักความรู้สึกดีๆเวลาที่ได้คุยกับเขา เริ่มรู้สึกพิเศษในเวลาที่ได้ยินเสียงกัน...เริ่มเยอะ...มากขึ้น และมากขึ้น

มันน่าแปลกใจ ที่เป้ไม่เคยทำอะไรที่พิเศษกว่าเพื่อนทั่วๆไปให้เราเลย แต่ทำไม เรากลายเป็นแบบนี้ไปได้...ก็ไม่เข้าใจ

ช่วงปิดเทอมผ่านไป...เทอมใหม่ ม.3 กำลังเริ่มต้น ....แน่นอน เรากับเป้ ไม่ได้นั่งด้วยกันแล้ว ปีที่เลวร้ายที่สุดในความทรงจำกำลังจะมาถึง